โพสต์โดย : airrii เมื่อ 19 ก.พ. 2568 15:51:59 น. อ่าน 15 ตอบ 0
เมื่อประกันสุขภาพที่คุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ในท้องตลาดก็มีความหลากหลาย ทั้งแบบประกันสุขภาพ แบบแยกค่ารักษา ค่ารักษาพยาบาล และแบบประกันเหมาจ่าย ออกเป็นส่วนๆ จุดดีและข้อจำกัดของประกันสุขภาพ ทั้งสองรูปแบบทำงานต่างกัน วันนี้หากจะต้องตัดสินใจเลือก คุณเลือกจากอะไร เลือกได้บ้างหรือยัง ก่อนที่เราจะเลือกมาใช้งานจริง ลองมาดูกัน
ประกันสุขภาพ แยกค่ารักษาพยาบาล หรือวงเงินค่ารักษา
จะถูกกำหนดโดยอัตราค่าห้อง
อาหาร การพยาบาลในกรณีที่เราเป็นผู้ป่วยใน ควรเลือกให้เหมาะสม
(สามารถประมาณได้จากค่าห้องโรงพยาบาลที่ตนเองใช้บริการอยู่เป็นประจำ
ค้นหาจากในอินเทอร์เน็ต พิมพ์ค่าห้อง ชื่อโรงพยาบาลได้)
ถัดมาคือความคุ้มครองจะแยกออกเป็นวงเงินจำกัดในแต่ละส่วน เช่น
วงเงินค่ารักษาต่อครั้ง วงเงินค่าผ่าตัด วงเงินค่าตรวจเยี่ยมของแพทย์
ถ้าเลือกค่าห้องที่สูง วงเงินอื่นๆ ก็จะปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และจะมีการกำหนดวงเงินค่ารักษาต่อครั้งจำกัดไว้
จุดเด่นที่สำคัญของประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย
แม้จะมีการกำหนดวงเงินค่ารักษาแต่ละครั้งสำหรับโรคใดโรคหนึ่ง
แต่จะไม่มีการกำหนดวงเงินสูงสุดต่อปี
ทำให้หากปีนั้นป่วย
เป็นผู้ป่วยที่ต้องนอนในโรงพยาบาลด้วยโรค A เมื่อรักษาหายแล้ว ต่อมาอีก 1
เดือน เจ็บป่วยอีกและหากต้องนอนในโรงพยาบาลด้วยโรค B
จะทำให้วงเงินในการเบิกรักษาเริ่มนับใหม่ได้ ทั้งนี้
ถ้าเป็นโรคเดิมแต่มีระยะเวลาที่เข้าพักรักษาห่างกันเกิน 90 วัน
ก็สามารถเริ่มนับใหม่ได้เช่นเดียวกัน
จุดเด่นถัดไปคือ
สามารถเลือกความคุ้มครองตามงบประมาณที่มีจำกัดได้
โดยเลือกเปรียบเทียบค่าห้องให้เหมาะสมกับโรงพยาบาลที่ใช้บริการอยู่กับงบประมาณที่จะใช้วางแผนประกันสุขภาพ
ทำให้สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ ในกรณีที่ต้องเข้าพักรักษาตัว
ข้อจำกัด
เมื่อมีการกำหนดวงเงินค่ารักษา ทำให้แต่ละรายการมีวงเงินคุ้มครองจำกัด
ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันที่มีการเพิ่มขึ้นของค่ารักษาตามเทคโนโลยีที่พัฒนาไปรวมถึงอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน
ทำให้ผู้เลือกประกันสุขภาพประเภทนี้
อาจมีส่วนต่างที่เบิกไม่ได้ในบางรายการ
กรณีการรักษาในครั้งนั้นมีขั้นตอนความซับซ้อน
ประกันสุขภาพ
แบบเหมาจ่ายค่ารักษา มีการกำหนดวงเงินรักษาแบบเหมารวมทุกอย่างต่อปี
ให้มีวงเงินสูงสุดที่เท่าไร
และบางครั้งอาจมีเงื่อนไขที่กำหนดรายละเอียดเป็นวงเงินการรักษาต่อครั้งเพิ่มเติมด้วย
เช่น คุ้มครองการรักษาผู้ป่วยในเหมาจ่ายต่อปี 1 ล้านบาท
แต่ให้ความคุ้มครองการรักษาต่อครั้งไม่เกิน 500,000 บาท
(ให้จำนวนกี่ครั้งต่อปี)
หรือไม่จำกัดจำนวนครั้งและเหมาจ่ายทั้งปีทั้งก้อนรวมตลอดทั้งปีที่ได้รับความนิยมกันในปัจจุบัน
จุดเด่นหลัก
ความสบายใจเพราะมีวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาต่อปีให้ไม่จำกัดรายการรักษา
ซึ่งเป็นวงเงินที่สามารถเลือกระดับความคุ้มครองได้สูงถึงหลักล้าน
ทำให้มีโอกาสครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง
แม้ในอนาคตจะมีการปรับราคาค่าบริการสูงขึ้นโดยไม่ต้องคอยกังวลว่าค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลแยกออกมาเป็นเรื่องต่างๆ
จะเกินวงเงินหรือไม่
ข้อจำกัดที่สำคัญ เบี้ยประกันค่อนข้างสูง
ยิ่งเป็นแผนที่วงเงินเหมาจ่ายสูงมากๆ
ค่าเบี้ยจะยิ่งสูงขึ้นตามวงเงินคุ้มครองที่เลือก
และเพิ่มตามช่วงอายุของผู้เอาประกันที่มากขึ้น ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ
นอกจากนั้นประกันแบบเหมาจ่าย
มีการจำกัดวงเงินเรื่องค่าห้องพักรักษาซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในวงเงินเหมาจ่าย
ทำให้ผู้ซื้อประกันสุขภาพแบบนี้อาจมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินในเรื่องค่าห้องพักเพิ่มเติมในกรณีที่ค่าห้องสูงเกินวงเงินที่กำหนด
ขอบคุณข้อมูลสนับสนุนความรู้ครั้งนี้ โดยคุณณรงค์ศักดิ์ พิริยะพงศ์ นักวางแผนการเงิน CFP
![]() |